Search

จิบTea มีเรื่องเล่า "ประเภทของชา"

เราจะเลือกดื่มชายังไงดี?

ชาเป็นเครื่องดื่มที่ถูกค้นพบมานานกว่า 2000 ปี นวัตกรรมการผลิตชาที่มีมาอย่างยาวนาน สามารถให้กำเนิดชาได้หลากหลายประเภทก่อนที่จะมาถึงมือเรา บทความนี้ชวนมารู้จักชนิดของชาต่างๆจากการแบ่งประเภทแบบง่ายๆเพื่อให้ทุกคนสามารถเลือกชาตามที่สนใจกันได้ง่ายขึ้นค่ะ


ชาที่เราเห็นกันอยู่ทั่วไป แบ่งแบบง่ายที่สุด คือ ชาแบบที่มีคาเฟอีน ชาที่ไม่มีคาเฟอีน และชาที่เรียกว่าเป็นเครื่องดื่ม"เหมือนชา" ที่ไม่ใช่ทำจากใบชาจริงๆ



ชาที่มีคาเฟอีน หมายถึงชาที่เป็นชาที่เกิดจากต้นชาจริงๆ และสาร"คาเฟอีน"ที่มีในชาประเภทนี้นั้น

เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต (ซึ่งมีทั้งการหมัก การบ่ม) ทำให้ชาที่ได้มีคาเฟอีนมากน้อยต่างกันไป

แบ่งย่อยลงไปได้อีกตามนี้


ชาที่มีคาเฟอีน แบบชาที่ไม่หมัก ได้แก่

ชาเขียว: ใบชาจะเป็นสีเขียว เป็นชาที่ดีต่อสุขภาพ แต่ต้องระวังเนื่องจากเป็นชาที่มีคาเฟอีน หากดื่มในตอนเย็นอาจทำให้นอนไม่หลับได้ ซึ่งอาจพบได้ในบางคน บางคนดื่มก็ไม่รู้สึกอะไร

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ "ชาเขียว" ได้ที่นี่

https://www.specialtystory.com/blog/green-tea


ชาที่มีคาเฟอีน แบบชาที่หมักตลอดการผลิต ได้แก่

ชาดำ : เป็นชาที่มีคาเฟอีนค่อนข้างสูง ตัวอย่างที่เห็นคือ ENGLISH BREAKFAST TEA รสชาติของชาจะเข้มข้นมาก เวลาชงดื่ม อาจเติมน้ำผึ้ง หรือ เลมอน หรือสารให้ความหวานแทนน้ำตาล เช่น หญ้าหวาน ลงไป เพื่อให้ดื่มง่ายขึ้น เช่นเดียวกันกับชาเขียว ข้อควรระวังคือ อาจทำให้นอนไม่หลับได้ ขอแนะนำให้ดื่มก่อนบ่ายค่ะ


ชาที่มีคาเฟอีน แบบชาที่หมักเป็นบางช่วง เช่น

ชาอู่หลง: เป็นชาที่ประโยชน์มากมายและเป็นชาที่เชื่อว่ามีสรรพคุณในการช่วยลดไขมัน และลดคลอเรสเตอรอล จึงเป็นชาที่มีการนำมาทำชาบรรจุขวดพร้อมดื่ม จำหน่ายในท้องตลาด ค่อนข้างเป็นที่นิยม แต่ในการเลือกซื้อแนะนำให้ระวัง ในเรื่องปริมาณน้ำตาลกันด้วยนะคะ


ชาที่มีคาเฟอีน แบบชาที่หมักแล้วเอามาบ่มต่อ เช่น

ชาผูเอ่อ: เป็นชาที่มีสรรพคุณดีมากเนื่องจากในขั้นตอนการบ่มด้วยเชื้อราที่มีประโยชน์ ทำให้ไม่มีคาเฟอีนเลย และยังมีความเชื่อว่าสามารถล้างไขมัน และช่วยให้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วย ชาชนิดนี้อาจชื่อไม่คุ้นหูเท่ากับชาด้านบน แต่เป็นชาที่มีชื่อเสียงมากในจีน โดยเฉพาะสิบสองปันนา หน้าตาเหมือนชาดำ แต่ต่างกันที่ไม่มีคาเฟอีน ปริมาณการใช้ก็น้อยนิด แค่เท่ากันช้อนคนกาแฟได้เลย แล้วยังชงได้เป็นสิบๆน้ำอีกด้วย

ซึ่งต่างกับชาบางอย่างที่แช่ในน้ำได้เพียง 3-5 นาทีเท่านั้น เพราะหากแช่นานกว่านั้นจะทำให้ สารแทนนินออกมา พร้อมกับเพิ่มคาเฟอีนให้สูงขึ้นไปอีก




ชาที่ไม่มีคาเฟอีนประเภทสุดท้าย คือชาที่เหมือนชา ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่ชาจากใบชาจริงๆ แต่พวกเราเรียกกันไปจนติดปากซะแล้วว่า ชา

เช่น เจี่ยวกู้หลาน ซึ่งหน้าตาของใบ สี กลิ่น และให้รสเหมือนชา แต่ไม่ใช่ชาเนื่องจาก ต้นเจี่ยวกู้หลาน เป็นพืชเถาคล้ายตำลึง ใบมี 5 แฉก รสชาติจะอมหวาน ไม่มีคาเฟอีน


หรือ ขิงผง มะตูมผง ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบซอง หรือต้มสด แล้วแต่ความสะดวก


หรือชาผลไม้ ที่จริงแล้วคือ fruit infuse ที่มีส่วนผสมของผลไม้อบแห้ง และใบชาแช่ทิ้งไว้ในน้ำร้อน

หรือประเภทที่เป็นชาจากดอกไม้ ที่ได้จากการนำดอกไม้อบแห้งมาทำ infuse แช่ในน้ำร้อน


กลุ่มนี้ จริงๆแล้ว ไม่ใช่ชา แต่นำมาชงแช่นำ้ร้อน ดื่มได้ "เหมือนชา" อาจเรียกรวมๆก็ได้ว่า Tisane



หลังจากได้ข้อมูลในการเลือกชาแล้ว ขอให้ทุกคนสนุกกับการเลือกซื้อชานะคะ โดยอย่าลืมคำนึงถึงว่า เราเป็นคนแพ้คาเฟอีนในชาหรือไม่ เพราะถ้ามีอาการนั้น ควรต้องหลีกเลี่ยงการดื่มชาในช่วงบ่าย หรือเลือกดื่มชาที่มีคาเฟอีนในปริมาณน้อยแทน หรือเปลี่ยนจากการดื่มชาไปดื่มเครื่องดื่มเหมือนชาแทนนะคะ